10 ที่เที่ยวสุดเด็ดเมืองเพชรบุรี

10 ที่เที่ยวสุดเด็ดเมืองเพชรบุรี

1. พระนครคีรี (เขาวัง)
10 ที่เที่ยวสุดเด็ดเมืองเพชรบุรี เคยไปกันหรือยัง

พระนครคีรี เดิมชาวบ้านเรียกว่า "เขาสมน" โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) พระสมุหกลาโหมเป็นแม่กองก่อสร้าง สำเร็จในปี พ.ศ. 2403 และทรงพระราชทานนามว่า "พระนครคีรี" แต่ชาวเมืองเพชรนิยมเรียกกันติดปากว่า "เขาวัง" สืบมาจนทุกวันนี้ โดยพระนครคีรีตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ 3 ยอด คือ ยอดเขาด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว ภายในจะมีพระอุโบสถ พระสุทธเสลเจดีย์ หอระฆัง ศาลา และพระปรางค์แดง ยอดเขากลางเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์ทรงกลม มีฐานทักษิณโดยรอบ โดยได้รับพระราชทานนามว่า "พระธาตุจอมเพชร" และยอดเขาด้านทิศตะวันตกเป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ประกอบไปด้วยหมู่พระที่ นั่งและอาคารต่าง ๆ ทั้งนี้ท่านใดสนใจมาเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ก็มาได้ทุกเมื่อ ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมสายเก่า (ทางเข้าตัวเมือง) เปิดตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ทุกวัน ส่วนค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท เท่านั้นจ้า

2. ถ้ำเขาหลวง
 10 ที่เที่ยวสุดเด็ดเมืองเพชรบุรี เคยไปกันหรือยัง

ถ้ำเขาหลวง ตั้งอยู่บนเขาหลวงที่มีความสูงประมาณ 92 เมตร โดยภายในจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม จุดเด่นของที่นี่ ก็คือ ลำแสงอาทิตย์ที่สอดส่องเข้ามาภายในถ้ำ ซึ่งสร้างจุดเด่นให้กับองค์พระพุทธรูปฉลองพระองค์ที่ประดิษฐานอยู่ใจกลางให้ ดูโดดเด่นสง่างามมากยิ่งขึ้น โดยองค์พระพุทธรูปดังกล่าวพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเคยเสด็จประพาสมาและทรงโปรดถ้ำแห่งนี้ อีกทั้งยังทรงบูรณะพระพุทธรูปเก่าแก่ภายในถ้ำนี้อีกหลายองค์ นอกจากนี้ยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างบันไดหินลงไปในถ้ำบริเวณทางเข้าเชิงเขาหลวงด้านขวามือ ซึ่งมีวัดใหญ่อยู่วัดหนึ่งชาวเมืองเรียกว่า "วัดถ้ำแกลบ" ปัจจุบันชื่อ "วัดบุญทวี" ซึ่งปากถ้ำแกลบที่วัดแห่งนี้มีตำนานเล่าว่า เป็นทางเข้าสู่เมืองลับแลอันเป็นเมืองที่มีแต่หญิงสาว นั่นก็เป็นเพียงตำนานของชาวเมืองเพชรนับร้อยปีมาแล้ว ทั้งนี้หากสนใจไปชมความงดงามของถ้ำและศึกษาตำนานเมืองลับแล

3. พระรามราชนิเวศน์หรือพระราชวังบ้านปืน
 

 10 ที่เที่ยวสุดเด็ดเมืองเพชรบุรี เคยไปกันหรือยัง

พระรามราชนิเวศน์หรือพระราชวังบ้านปืน ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้สร้างด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับประทับแรมในฤดูฝน โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่จากราษฎร และให้ จอมพลเรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นแม่กองจัดการก่อสร้าง ซึ่งภายในมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ตลอดจนมีการตกแต่งภายในที่สวยงดงามเป็นอย่างมาก เป็นผลงานการออกแบบของ มิสเตอร์คาล เดอริง ชาวเยอรมัน แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2459 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามว่า "พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท" และทรงเปลี่ยนเป็น "พระรามราชนิเวศน์" เมื่อปี พ.ศ. 2461 ใช้เป็นที่รับรองแขกเมือง และต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนผู้กำกับลูกเสือ โรงเรียนฝึกหัดครูเกษตรกรรมและโรงเรียนประชาบาลประจำตำบล

4. วัดพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน)
 

 10 ที่เที่ยวสุดเด็ดเมืองเพชรบุรี เคยไปกันหรือยัง

วัดนี้ตั้งอยู่บนถนนคีรีรัถยา ตำบลคลองกระแชง เป็นวัดเก่าแก่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยสังเกตจากพระพุทธไสยาสน์สมัยอยุธยายาว 21 วา 1 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว ก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง ภายในองค์พระเป็นโพรง ที่ฝ่าพระบาทได้เขียนลายทองเป็นภาพประสาท พระพรหม ฉัตรพระมหามงกุฎ บาตร คนโท น้ำ สังข์ พระขรรค์ ช้าง ปลา ถาดทอง พัดใบตาล พัดหางนกยูง ดอกบัวแก้วเดิมสร้างไว้กลางแจ้ง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างหลังคาคลุมไว้ พร้อมทำผนังรอบองค์พระ เป็นวิหารพระพุทธไสยาสน์ดังที่เห็นในปัจจุบัน วิหารอยู่บนไหล่เขาสูงจากพื้นดินประมาณ 15 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่องค์หนึ่งในบรรดาพระนอนในประเทศไทย องค์พระลงรักปิดทองบรรทมสีหไสยาสน์บนแท่นสูงประมาณ 1 เมตร

5. ชมร่องรอยขวานจาม แห่งวัดใหญ่สุวรรณาราม

 10 ที่เที่ยวสุดเด็ดเมืองเพชรบุรี เคยไปกันหรือยัง

วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น ร่องรอยที่ทหารพม่าพยายามพังประตูเข้าไปแต่ไม่สำเร็จ จึงใช้ขวานจามที่บานประตูจนเกิดเป็นรอยผ่าให้เห็นจนถึงทุกวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งวัดนี้ได้มีการบูรณะในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในวัดมีศาลาการเปรียญเป็นพระตำหนักไม้สักทั้งหลัง ที่พระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยาพระราชทานแด่พระสังฆราชชาวเพชรบุรี ซึ่งศาลาการเปรียญนี้มีการแกะสลักไม้ที่สวยงาม โดยเฉพาะบานประตูสลักลายก้านขดปิดทอง และยังมีธรรมาสน์เทศน์ซึ่งแกะสลักลงรักปิดทอง รูปทรงเป็นบุษบกที่งดงามและสมบูรณ์ บนผนังภายในพระอุโบสถ มีภาพเขียนเทพชุมนุม อายุกว่า 300 ปี

6. ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำหรือลาวโซ่ง
 

 10 ที่เที่ยวสุดเด็ดเมืองเพชรบุรี เคยไปกันหรือยัง

ตั้งอยู่หมู่ 5 ตำบลเขาย้อย เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 4 เลยจากแยกอำเภอเขาย้อย มาทางตัวเมืองเพชรบุรีประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตรงทางเข้าโรงเรียนบ้านวัง เข้าไปประมาณ 300 เมตร ไทยทรงดำหรือลาวโซ่ง เป็นชนกลุ่มหนึ่งที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่เมืองเดียนเบียนฟูในเวียดนามเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาว เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในไทยนานกว่า 200 ปี ราว ๆ สมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ นิยมแต่งกายด้วยสีดำ จึงเรียก "ไทยทรงดำ" มีภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นของตนเอง มีความรู้ความชำนาญด้านการทอผ้าและจักสาน และในเดือนเมษายนของทุกปีจะมีงานประเพณีไทยทรงดำ ซึ่งถือเป็นงานรื่นเริงสังสรรค์ของชาวลาวโซ่ง โดยจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันจัดไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งภายในศูนย์ฯ จะมีการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน บ้านจำลอง อักษรดั้งเดิม สาธิตการทอผ้า และขายสินค้าของที่ระลึก

7. โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ
 

10 ที่เที่ยวสุดเด็ดเมืองเพชรบุรี เคยไปกันหรือยัง

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคอกไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง เดิมบริเวณนี้เป็นพื้นที่แห้งแล้ง เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกพืชไร่ ได้แก่ สับปะรด ข้าวโพด และอ้อย เป็นต้น ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวจำนวน 250 ไร่ สำหรับเพาะปลูกพืชทำเป็นโครงการตามพระราชดำริเพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกร และได้มีชาวบ้านได้นำมันเทศที่ปลูกมาทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์ แต่เมื่อเสด็จกลับมิได้ทรงนำมันหัวนั้นไปด้วย เมื่อเสด็จกลับมาอีกครั้งทรงพบว่ามันหัวนั้นงอกเป็นต้น จึงมีพระราชดำรัสว่ามันอยู่ที่ไหนก็งอกได้ จึงมีพระราชดำริให้จัดเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชต่าง ๆ โดยเน้นที่พืชท้องถิ่นของเพชรบุรี เช่น มะพร้าว ชมพู่เพชร มะนาว กะเพรา สัปปะรด ข้าวไร่พันธุ์ต่าง ๆ และทรงมีพระราชดำริให้ปลูกแปลงทดลองมันเทศในที่ดินส่วน ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการพระราชดำริล่าสุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งยังทรงให้ปรับปรุงระบบระบายน้ำที่อ่างเก็บน้ำหนองเสือเพื่อใช้ใน โครงการอีกด้วย

8. Camel Republic (คาเมล รีพับบลิค)
 

 10 ที่เที่ยวสุดเด็ดเมืองเพชรบุรี เคยไปกันหรือยัง

คอมมิวนิตี้มอลล์สุดชิคสไตล์เมืองนอก ที่ถูกยกมาตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ภายในมีทั้งเครื่องเล่นและสวนสัตว์รวมอยู่ในที่เดียว โดยถูกสรรค์สร้างภายใต้คอนเซ็ปต์อูฐและฤดูร้อน ตัวอาคารถูกออกแบบให้โดดเด่นด้วยสีส้มอิฐเสมือนสถาปัตยกรรมอาคารในแถบตะวัน ออกกลางสไตล์อาหรับ ซึ่งภายในพื้นที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ โซนร้านค้า ของที่ระลึก รวมถึงร้านอาหารอร่อย ๆ โซนเครื่องเล่นมีให้เลือกเล่นอยู่หลายชนิด และสุดท้าย คือ โซนสวนสัตว์ ที่จะมีการนำอูฐที่มีชีวิตจริง ๆ มาแสดงโชว์อีกด้วย ซึ่งขณะนี้โซนนี้ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการสร้างยังไม่เปิดให้บริการ ทั้งนี้หากคุณขับรถมาเหนื่อย ๆ ก็สามารถแวะพักรถ เดินถ่ายรูปเล่น แล้วค่อยเดินทางต่อ ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียวว่าไหมล่ะ

9. ตลาดน้ำบนน้ำตกกวางโจว
ตลาดน้ำกวางโจว เพชรบุรี

ตลาดน้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง มีความแปลกมหัศจรรย์ตรงที่เป็นตลาดน้ำชุมชนที่ตั้งอยู่บนน้ำตก ซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก สร้างจุดดึงดูดใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เดิมทีที่นี่เป็นป่าที่มีน้ำตกสวยงามมานานหลายร้อยปี แต่กลับถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจนพื้นป่าเกิดขาดความสมดุลทางนิเวศน์ น้ำตกและป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็เปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่แห้งแล้ง จนภายหลังได้มีการพัฒนา มีการบริการจัดการน้ำและปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้กลับมาฟื้นตัวและมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น และถูกจัดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนท่องเที่ยวและมีกิจกรรมพิเศษสร้างอาชีพให้ กับชุมชน ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่มาวางขายจะเป็นพืชผัก ผลไม้ และอาหารที่หาชิมได้ยาก เช่น ห่อหมกกระบอกไม้ไผ่, ขนมหม้อแกงกระบอกไม้ไผ่, ทอดมันปลากราย, หอยทอดหลุมสูตรโบราณ, ก๋วยเตี๋ยวเรือหม้อดินไก๋ตุ๋น, น้ำแว่นแก้วปั่น, หมูยอห่อไผ่ (สูตรต้นตำรับเมืองกวางโจว) และผัดไทยม้ง 

10. กิน "ปูชัก" ที่ชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน (สะพานยก)
 10 ที่เที่ยวสุดเด็ดเมืองเพชรบุรี เคยไปกันหรือยัง

มากินปูกันเถอะเพื่อน ๆ เนื้อนุ่ม หวาน มัน ต้องปูชักที่สะพานยก ว่าแต่ "ปูชัก" คือ ปูชนิดไหนหลายคนคงทำหน้างงงวย "ปูชัก" ก็คือ "ปูม้า" เพียงแต่มันจะถูกชักขึ้นมาเวลามีคนมาซื้อ จนเป็นคำติดปากว่า "ปูชัก" นั่นเอง ซึ่งที่ชุมชนแห่งนี้ส่วนใหญ่จะมีอาชีพออกเรือประมงจับปูม้า พอมาถึงฝั่งก็จะจับเจ้าปูทั้งหลายใส่ลงถุงตาข่ายแล้วผูกไว้กับราวสะพานยก หรือสะพานเหล็กเล็ก ๆ ที่สามารถยกเปิด-ปิดได้ หลังจากนั้นก็จุ่มลงไปในน้ำเพื่อให้เจ้าปูยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปจนกว่าจะมี คนมาขอซื้อก็จะทำการยกขึ้นมาขาย ซึ่งสะพานยกแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้บรรจุ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ควรไปสัมผัส 3 หรือ Unseen in Thailand 3 อีกด้วย แถมยังขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักชิมปูและผู้ที่หลงใหลในอาหารทะเลสด ๆ พ่วงอีกตำแหน่งด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่...

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน